เป็นอีกหัวข้อที่ได้เข้าไปร่วมฟังงาน FKII Nation Forum 2569 ปีแห่งความท้าทายอนาคตประเทศไทย เมื่อวันที่ 12 มกราคม ที่ เสียงสวนไผ่ สิ่งที่เป็นข้อสรุปใน Blog นี้คือการนำเสนอของ ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสภาสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนา TDRI โดยสรุปและเรียบเรียงเอง
ภาพสะท้อนเศรษฐกิจไทย” ในปี 2569 ที่ทางสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ได้ออกมา “ชำแหละ” ออกมา ประเทศไทยเป็นประเทศที่ถูกลืม
1.สัญญาณอันตราย: ไทย “รั้งท้าย” เอเชีย
ข้อมูลที่น่าตกใจที่สุดจาก TDRI คือการคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ (GDP) ของไทยในปี 2026 ซึ่งอยู่ที่เพียง 1.6% เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านในเอเชีย เราเกือบจะอยู่ลำดับสุดท้าย โดยเป็นรองเพียงญี่ปุ่น (0.6%) ที่เป็นประเทศพัฒนาแล้วเท่านั้น ในขณะที่อินเดียพุ่งทะยานไปถึง 6.2% และเวียดนามที่ 5.6%
นับตั้งแต่ปี 2537 เป็นต้นมา ศักยภาพการเติบโตของไทยลดลงอย่างต่อเนื่อง จากที่เคยโตได้ถึง 7.3% ในช่วงก่อนวิกฤตต้มยำกุ้ง จนเหลือ 2.2% หลังวิกฤตโควิด-19 TDRI ระบุว่าเราไม่ได้แค่ “โตต่ำกว่าศักยภาพ” แต่ปัญหาที่แท้จริงคือ “ศักยภาพเราต่ำลงเอง” จากโครงสร้างที่ล้าสมัย
2.กับดักรายได้ปานกลาง” ที่อาจไม่มีวันหลุดพ้น
เป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี คือการพาไทยไปสู่การเป็นประเทศรายได้สูงในปี 2036 ซึ่งต้องมีอัตราเติบโตของรายได้ต่อหัวเฉลี่ย 4.8% ต่อปี แต่ในความเป็นจริง ช่วงหลังโควิด-19 (2021-24) รายได้ต่อหัวของเราโตเพียง 0.1% เท่านั้น
หากเรายังเติบโตด้วยอัตราเช่นนี้ TDRI เตือนอย่างตรงไปตรงมาว่าเราจะ “ไปไม่ถึง” การเป็นประเทศรายได้สูงในชาตินี้ หรืออย่างเร็วที่สุดหากทำได้เท่ากับช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (2.4%) เราจะต้องรอไปจนถึงปี 2070 เลยทีเดียว
3.วิกฤตหนี้: กระเป๋าแฟบ ธุรกิจฝืด รัฐถังแตก
เหตุผลที่คนไทยรู้สึก “เงินไม่พอใช้” สะท้อนชัดเจนผ่านกราฟหนี้ 3 ระดับ:
- หนี้ครัวเรือน: พุ่งสูงกว่า 80% ของ GDP มานานหลายปี
- หนี้สาธารณะ: จากที่เคยอยู่ระดับ 40% ก่อนปี 2563 ปัจจุบันพุ่งทะยานเข้าใกล้ 70% ของ GDP
- สินเชื่อ SMEs: ซึ่งเป็นหัวใจของการจ้างงาน กลับมีสัดส่วนต่อ GDP ที่ “ลดลงอย่างฮวบฮาบ” จากเกือบ 40% เหลือไม่ถึง 20%
นี่คือสัญญาณว่า SMEs ไทยกำลังขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง ในขณะที่รัฐบาลมีภาระหนี้เพิ่มขึ้นจนแทบไม่เหลือเงินมาลงทุนสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ
4.เมื่อ “พายุโลก” ซัดกระหน่ำ: โลกาภิวัตน์ย้อนกลับ (Reverse Globalization)
กำแพงภาษี: สหรัฐฯ เริ่มตั้งกำแพงการค้าสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะนโยบาย “ภาษีทรัมป์”
มาตรการสิ่งแวดล้อม: ยุโรปเริ่มใช้เกณฑ์ CBAM (ภาษีคาร์บอนข้ามพรมแดน) ซึ่งภาคเอกชนไทยยังปรับตัวไม่ทัน
สินค้าจีนทะลัก: อุตสาหกรรมจีนกำลังเผชิญภาวะ “ผลิตล้นตลาด” (Overcapacity) ทำให้ต้องเร่งระบายสินค้าออกสู่ตลาดโลกในราคาถูกมาก ดัชนีราคาผู้ผลิตของจีนติดลบต่อเนื่องในเกือบทุกกลุ่มสินค้า ทั้งรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และคอมพิวเตอร์
สินค้าจีนราคาถูกที่ไหลเข้ามา กำลังทำลายฐานการผลิตของ SMEs ไทยจนอยู่ไม่ได้ อัตรากำไรสุทธิของอุตสาหกรรมไทยในช่วงปี 2564-2567 ติดลบอย่างรุนแรง และมีสัดส่วนบริษัทที่ขาดทุนสูงถึง 30%
5.โมเดลใหม่แห่งการเติบโต: เปลี่ยน “เครื่องจักร” เพื่อความอยู่รอด
TDRI เสนอว่าเราต้องเลิกฝันเรื่อง “การกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น” แล้วหันมา “ปรับโครงสร้างการผลิต” อย่างจริงจัง โดยแบ่งเป็น 3 เสาหลักใหม่:
A. เกษตรและประมงต้อง “พรีเมียม”
เลิกขังเกษตรกรไว้กับพืชเศรษฐกิจแบบเดิมๆ ที่ราคาผันผวน แต่ต้องเปลี่ยนไปทำเกษตรมูลค่าสูง ตัวอย่างเช่น:
- มัสก์เมลอน (ซิซึโอกะ): ลูกละ 4,100 บาท
- เนื้อวากิว A5: 100 กรัม ราคา 800-1,460 บาท
- คลัสเตอร์อาชีพใหม่: เช่น ถ่านชีวภาพในเชียงใหม่ หรือปูทะเลในปัตตานี ที่สร้างยอดขายและจ้างงานคนในพื้นที่ได้จริง
B. บริสมัยใหม่: จาก “ไม่ส่งออก” สู่ “ดิจิทัลฮับ”
ไทยต้องปรับจากบริการดั้งเดิม (นวด, ท่องเที่ยวราคาถูก) สู่บริการที่ฝังอยู่ในอุตสาหกรรมและส่งออกผ่านออนไลน์ได้
- Professional Services: ออกแบบชิป (เหมือนที่อินเดียทำ), การออกแบบอุตสาหกรรม
- Entertainment Hub: ไทยกำลังกลายเป็นฮับถ่ายทำภาพยนตร์ต่างชาติ โดยในปี 2568 (ต.ค.) มีการถ่ายทำถึง 451 เรื่อง สร้างมูลค่ากว่า 6,786 ล้านบาท ซีรีย์ดังอย่าง The White Lotus หรือ Jurassic World ก็เลือกไทยเป็นสถานที่ถ่ายทำ
C. อุตสาหกรรม “รักษ์โลก” และ “มีแบรนด์”
เปลี่ยนจากการรับจ้างผลิต (OEM) ที่เน้นแข่งราคา มาเป็น:
- เหล็กกล้ารักษ์โลก (Green Steel): เพื่อข้ามกำแพงภาษีคาร์บอน
- อาหารสัตว์เลี้ยงติดแบรนด์: อุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพระดับโลก แต่ต้องสร้างแบรนด์ของตัวเองแทนการรับจ้างผลิต
6.บทสรุป: อนาคตไทย 2041
หากเราสามารถแก้ปัญหารากลึกได้ ทั้งการลดอุบัติเหตุบนถนน, ปราบ PM 2.5, ยกคุณภาพการศึกษา, และลดการอุดหนุนที่บิดเบือนตลาด TDRI มั่นใจว่าเราสามารถยกระดับศักยภาพการเติบโตจาก 2.3% เป็น 4.7% ต่อปี ได้
เมื่อถึงปี 2041 โครงสร้างเศรษฐกิจไทยจะเปลี่ยนไป:
- ภาคบริการ จะกลายเป็นเครื่องยนต์หลักที่มีสัดส่วนถึง 71.1% ของ GDP
- แรงงาน จะย้ายออกจากภาคเกษตรที่ใช้แรงงานหนัก ไปสู่ภาคบริการที่มีรายได้ดีกว่า
- การบริโภค ในประเทศจะแข็งแกร่งขึ้น เพราะคนมี “งานดี” (Good Jobs) ที่มีความมั่นคงและสวัสดิการเพียงพอ
พี่อ้วนสายมู
รับติดตาม Monitor Brand และ คู่แข่งทางการค้าข้อมูล Online และ Research offline

Service ที่มีให้บริการ
- ตัวแทนจำหน่าย Social Listening จาก Wisesight สั่งซื้อได้ที่ Link นี้
- สำเนา Global Research ช่วยค่าอาหารแมว สั่งซื้อได้ที่ Link นี้
- รับทำ Report รายงาน One Click ได้ Data-Insight ดูได้ที่ Link นี้
เรียนฟรี Social Listening ผ่าน Online ดูได้ที่ Link นี้

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่
พี่อ้วนสายมู
www.idea2mobile.com
wisesight zocial eye trainner
Call : 0863863896
Line id : e21eqg