ลองนึกภาพห้องประชุมผู้บริหารที่กำลังจะอนุมัติงบการตลาดหลักสิบล้าน โดยอ้างอิงผลวิจัยตลาดที่เก็บมาตั้งแต่ครึ่งปีก่อนครับ ในขณะเดียวกัน ห่างออกไปแค่ปลายนิ้วบนมือถือ มีลูกค้าหลายพันคนกำลังคุยกันสด ๆ ใน Facebook Group ถึงปัญหาเดียวกับที่ห้องประชุมนั้นกำลังเดา แต่ไม่มีใครในองค์กรเข้าไปอ่าน
นี่คือช่องว่างที่พี่อ้วนเห็นบ่อยที่สุดในองค์กรใหญ่ครับ เรามีข้อมูลมหาศาลอยู่ตรงหน้า แต่กลับตัดสินใจด้วยข้อมูลที่ช้ากว่าความจริงไปหลายเดือน
ที่ผ่านมาผมเขียนถึง Facebook Group ในมุมการตลาดมาหลายตอนแล้ว วันนี้อยากชวนผู้บริหารยกระดับมุมมอง เพราะ Group ไม่ใช่แค่ช่องทางทำคอนเทนต์ แต่คือแหล่ง Market Intelligence ที่สด ตรง และถูกที่สุดที่องค์กรส่วนใหญ่ยังใช้ไม่คุ้มค่าครับ
ทำไม Facebook Group ถึงเป็นมากกว่าช่องทางการตลาด?
เพราะในกลุ่ม ลูกค้าพูดกันเองโดยไม่มีแบรนด์คอยกำกับครับ พวกเขาเล่าปัญหาจริงที่เจอ เปรียบเทียบสินค้าจริงที่ใช้ และตั้งคำถามถึงความต้องการที่ยังไม่มีใครตอบได้ดีพอ ข้อมูลแบบนี้ไม่มีในแบบสอบถาม เพราะมันคือบทสนทนาที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
เมื่อเทียบกับรายงานวิจัยที่อัปเดตปีละครั้งหรือสองครั้ง บทสนทนาในกลุ่มคือภาพสะท้อนตลาดแบบเรียลไทม์ มันบอกเราว่าลูกค้ากำลังคิดอะไร ณ วันนี้ ไม่ใช่เมื่อหกเดือนก่อน และในตลาดที่เปลี่ยนรายเดือน ความสดของข้อมูลคือความได้เปรียบที่ชี้ขาดได้เลยครับ
หน่วยฟังเสียงลูกค้าในกลุ่ม ควรทำหน้าที่อะไรบ้าง?
หน่วยนี้ไม่ใช่แค่คนคอยแคปหน้าจอส่งหัวหน้าครับ แต่คือทีมที่เปลี่ยนเสียงดิบให้กลายเป็นข้อมูลที่ผู้บริหารใช้ตัดสินใจได้
- เฝ้าฟังบทสนทนาในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่ฟังเฉพาะตอนเกิดวิกฤต
- สรุป Pain Point เทรนด์ใหม่ และคำพูดดิบ ๆ ส่งให้ทีมกลยุทธ์ ทีมสินค้า และทีมสื่อสารเป็นประจำ
- เชื่อมข้อมูลเข้ากับการตัดสินใจระดับองค์กร ไม่ปล่อยให้ insight ตายอยู่ในไฟล์รายงานที่ไม่มีใครเปิด
ถ้าองค์กรละเลยช่องทางนี้ จะน่ากังวลแค่ไหน?
นี่คือส่วนที่พี่อ้วนอยากให้ผู้บริหารคิดให้หนักครับ การไม่ฟังเสียงในกลุ่มไม่ได้แปลว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันแค่แปลว่าเราไม่รู้ว่ากำลังเกิดอะไร ในขณะที่คู่แข่งอาจรู้แล้ว
ความเสี่ยงที่ตามมาคือ องค์กรจะตัดสินใจบนสมมติฐานที่ล้าสมัย ออกสินค้าที่ไม่ตรงความต้องการจริง และรู้ตัวว่าลูกค้าไม่พอใจก็ต่อเมื่อยอดขายตกหรือดราม่าระเบิดไปแล้ว ที่อันตรายกว่านั้นคือ คู่แข่งที่ฟังเป็นจะค่อย ๆ แย่งลูกค้าไปอย่างเงียบ ๆ โดยที่เราไม่เห็นสัญญาณเลยแม้แต่น้อย กว่าจะรู้ตัวก็อาจสายเกินแก้
จะเริ่มสร้างขีดความสามารถนี้อย่างไร?
เริ่มจากการกำหนดว่ากลุ่มไหนคือกลุ่มที่ลูกค้าของเราอยู่จริง วางระบบเก็บและจัดหมวดบทสนทนาอย่างเป็นระบบด้วยเครื่องมือ Social Listening แล้วตั้งจังหวะการรายงาน insight เข้าสู่วงประชุมผู้บริหารอย่างสม่ำเสมอครับ สิ่งสำคัญคืออย่าทำเป็นโปรเจกต์ครั้งเดียวจบ แต่ทำให้มันเป็นกล้ามเนื้อขององค์กรที่ฟังตลาดได้ตลอดเวลา
สรุปแบบพี่อ้วน
Facebook Group คือห้องประชุมของลูกค้าที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงครับ องค์กรใหญ่ที่ลงทุนตั้งหน่วยฟังเสียงในกลุ่มอย่างจริงจัง จะได้เปรียบด้าน Market Intelligence ที่เงินซื้อจากที่อื่นไม่ได้ ส่วนองค์กรที่มองข้ามมัน ก็เหมือนปิดหูตัวเองในห้องที่ลูกค้ากำลังบอกความจริงดัง ๆ ใครฟังเป็นก่อน คนนั้นวางแผนได้แม่นกว่าเสมอ
อยากให้องค์กรของคุณมีระบบฟังเสียงลูกค้าใน Facebook Group อย่างเป็นระบบ เปลี่ยนบทสนทนาให้กลายเป็นกลยุทธ์ที่จับต้องได้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้เลยครับ
รับติดตาม Monitor Brand และ คู่แข่งทางการค้าข้อมูล Online และ Research offline

Service ที่มีให้บริการ
- ตัวแทนจำหน่าย Social Listening จาก Wisesight สั่งซื้อได้ที่ Link นี้
- สำเนา Global Research ช่วยค่าอาหารแมว สั่งซื้อได้ที่ Link นี้
- รับทำ Report รายงาน One Click ได้ Data-Insight ดูได้ที่ Link นี้
เรียนฟรี Social Listening ผ่าน Online ดูได้ที่ Link นี้

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่
พี่อ้วนสายมู
www.idea2mobile.com
wisesight zocial eye trainner
Call : 0863863896
Line id : e21eqg