FMCG Brand ผู้ผลิตน้ำตาล,ความหวาน, หรือ ไซรัป น้ำเชื่อม เมื่อสินค้าลงไปสู่ท้องตลาด (ลูกค้ากลุ่ม B2B) พ่อค้าแม่ค้าเขาเลือกสินค้าเอาไปทำเมนูอาหาร ส่งต่อไปยังลูกค้ารายย่อย แล้วอะไรคือปัจจัยของการเลือกซื้อว่าทำไมต้องเลือก Brand นี้ หรือ ต้องทำเมนูนี้ เราจะคัดจาก 2 Facebook Groups ยอดนิยมเอามาให้ดูกัน

Facebook Groups ที่มี Fan Page มากกว่า 4 แสน เราต้องการหาอะไร
1.Market Brand Landscape :ภาพรวมส่วนแบ่งทางการตลาดของ Brand ผู้ผลิตน้ำตาล?
2.ทำไมร้านค้าถึงเลือก Brand : ทำไมร้านค้าถึงตัดสินใจเลือกสินค้า X ของ Brand ผู้ผลิตน้ำตาล?
3. Why X Brand : แต่ละ Brand ถูกเลือกด้วยเหตุผลอะไร
4. Product X Brand : สินค้าของน้ำตาล กลุ่มไซรัป นำไปทำสินค้าอะไรขายในท้องตลาด ?
5.Brand Role Map : Product ในท้องตลาด X สินค้าของ Brand ผู้ผลิตน้ำตาล
6 Data-Insight ที่วิเคราะห์ออกมาแล้วสรุปให้เลยละกัน
สำหรับ Dashboard ใครสนใจนัด Demo ขอดูได้ในรายละเอียดด้านล่าง แต่ Data Insight เราสรุปมาให้ฟังประมาณนี้
1. “ติ่งฟง” ไม่ได้เป็นแค่เบอร์ 1 แต่เป็นค่าเริ่มต้นของตลาด (Share of Voice & Brand Default)
พอเอาการถูกพูดถึง (Mentions) ของแต่ละแบรนด์มาเรียง ภาพที่ออกมาไม่ใช่ตลาดที่แข่งกันสูสีครับ แต่เป็นตลาดที่มีเจ้าเดียวยืนอยู่คนละชั้นกับที่เหลือเลย
| แบรนด์ | Mentions | สัดส่วน (Share of Voice) |
|---|---|---|
| ติ่งฟง (Ding Fong) | 199 | 70.3% |
| ลองบีช (Long Beach) | 52 | 18.4% |
| เฟรชชี่ (Freshy) | 20 | 7.1% |
| เซนญอริต้า (Senorita) | 5 | 1.8% |
| เฮลซ์บลูบอย (Hale’s Blue Boy) | 5 | 1.8% |
| โมนิน (Monin) | 2 | 0.7% |
ติ่งฟงถูกพูดถึง “199 ครั้ง” ขณะที่อันดับ 2 อย่างลองบีชอยู่ที่ “52 ครั้ง” ห่างกันเกือบ 4 เท่า และถ้ารวมการพูดถึงทั้งตลาดที่ 283 ครั้ง ติ่งฟงกินไปคนเดียว “70%”
ติ่งฟงอยู่ในสถานะ “Brand Default” คือเวลาในกลุ่มมีคนโพสต์เมนูใหม่ ๆ หรือถามสูตร บทสนทนามักจะเริ่มต้นตั้งต้นจากสินค้าตัวนี้เป็นหลักครับ แบรนด์อื่นไม่ได้ถูกพูดถึงในฐานะ “ตัวเลือกคู่ขนาน” แต่ถูกพูดถึงในฐานะ “ตัวเทียบกับติ่งฟง” ซึ่งเป็นคนละสถานะกันมาก ในเชิง Social Listening การเป็นค่าเริ่มต้นแบบนี้แปลว่าแบรนด์ได้เปรียบตั้งแต่ยังไม่เริ่มแข่ง เพราะทุกบทสนทนาถูกวางกรอบด้วยมาตรฐานของแบรนด์นั้นไปแล้ว
2. “รสชาติและกลิ่น” คือเหตุผลอันดับ 1 ที่ปิดการขาย (Taste & Aroma)
เหตุผลเบื้องหลังบทสนทนาทั้งหมดออกมาเป็น Decision Drivers แล้วเรียงตามปริมาณการพูดถึง ลำดับมันออกมาแบบนี้ครับ
| ลำดับ | Decision Driver | คำในบทสนทนา |
|---|---|---|
| 1 | Taste & Aroma (รสชาติ/กลิ่น) | หอม หวาน เข้มข้น อร่อย |
| 2 | Switching / Trial (อยากลอง/เปลี่ยนยี่ห้อ) | อยากลอง ใช้แทนกันได้ไหม เมนูใหม่ |
| 3 | Cost per Cup (ต้นทุนต่อแก้ว) | ราคา ชงได้กี่แก้ว กำไร |
| 4 | Purchase Channel (ช่องทางหาซื้อ) | ซื้อที่ไหน ส่งไหม แถวนี้มีขายไหม |
| 5 | Brand Default (แบรนด์ในใจ) | ใช้ตัวนี้ประจำ เจ้าเดิม |
| – | Complaint / Weakness | แพง หาซื้อยาก กลิ่นแรงไป |
| – | Color & Visual | สีสวย ถ่ายรูปขึ้น แยกชั้น |
Taste & Aroma คือกลุ่มเหตุผลที่มีปริมาณบทสนทนา “สูงที่สุด” ของทั้งชุดข้อมูล ทิ้งห่างเหตุผลอื่นอย่างชัดเจน
สิ่งที่ข้อมูลบอกเรา: คนขายเครื่องดื่มไม่ได้ตัดสินใจด้วยโปรโมชันเป็นอันดับแรกครับ เขาตัดสินใจด้วย “ของที่ชงออกมาแล้วลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำ” คำว่า หอม–เข้มข้น–อร่อย จึงเป็นตัวปิดการขายจริง ๆ เพราะมันคือคุณภาพที่ส่งต่อไปถึงหน้าร้านเขาโดยตรง ที่น่าสนใจคือ Color & Visual ซึ่งเป็นเรื่องที่แบรนด์ชอบใช้สื่อสาร กลับอยู่ท้ายสุดของ Volume ครับ ไม่ได้แปลว่าไม่สำคัญ แต่แปลว่ามันเป็นเหตุผลของ “บางเมนู” (สายโซดา/คาเฟ่) ไม่ใช่เหตุผลของ “ตลาดทั้งตลาด”
3. “อยากลอง” กับ “ใช้แทนกันได้ไหม” คือประโยคพร้อมจะย้ายค่าย (Switching / Trial)
เหตุผลอันดับ 2 ของตลาดนี้ไม่ใช่ราคา แต่คือ “การเปิดใจลองของใหม่” ครับ ซึ่งพี่อ้วนมองว่านี่คือตัวเลขที่มีนัยยะที่สุดในข้อมูลทั้งชุด
Switching / Trial มาเป็น “อันดับ 2” ของ Volume ทั้งหมด สูงกว่า Cost per Cup ที่เป็นเรื่องเงินโดยตรงเสียอีก
ประโยคที่โผล่ซ้ำ ๆ ในกลุ่มคือ “อยากลอง” “ใช้แทนกันได้ไหม” “ตัวนี้เทียบกับเจ้าเดิมเป็นยังไง” นี่คือสัญญาณว่าร้านค้าไม่ได้ผูกใจกับแบรนด์เดียวถาวรครับ เขาเปิดรับตลอดเวลา โดยเฉพาะตอนที่กำลังจะออกเมนูใหม่ ซึ่งเป็นช่วงที่กำแพงความคุ้นเคยอ่อนที่สุด ตลาดที่ผู้นำมี Share of Voice ถึง 70% แต่มี Trial เป็นเหตุผลอันดับ 2 แปลว่าตลาดนี้ “ยังไม่ปิด” ครับ ตำแหน่งเบอร์ 1 มั่นคงในเชิงการถูกพูดถึง แต่ไม่ได้ล็อกในเชิงพฤติกรรม
4. “ชงได้กี่แก้ว” สำคัญพอ ๆ กับ “อร่อยไหม” (Cost per Cup)
อันนี้คือความต่างระหว่างการฟังผู้บริโภคกับการฟังผู้ประกอบการครับ ผู้บริโภคถามว่า “อร่อยไหม” แต่เจ้าของร้านถามต่ออีกคำถามหนึ่งเสมอ คือ “ขวดนี้ชงได้กี่แก้ว แล้วเหลือกำไรเท่าไหร่”
Cost per Cup เป็นเหตุผล “อันดับ 3” ของตลาด และเมื่อดูรายแบรนด์ ติ่งฟงถูกพูดถึงในมิติต้นทุนต่อแก้วถึง “34 ครั้ง” ซึ่งเป็นค่าที่สูงที่สุดในมิตินี้ของทั้งตาราง
ติ่งฟงไม่ได้ชนะเพราะรสชาติอย่างเดียวครับ แต่ชนะเพราะตอบโจทย์ “สองขา” พร้อมกัน คือรสชาติที่ลูกค้าคุ้นเคย บวกกับต้นทุนที่คำนวณแล้วทำกำไรต่อได้จริง ในตลาดที่คนซื้อคือคนที่ต้องเอาไปขายต่อ การมีของอร่อยแต่คิดต้นทุนต่อแก้วไม่ออก เท่ากับตกรอบตั้งแต่ยังไม่ได้ขึ้นชั้นวางในร้านเขาครับ
5. คู่แข่งที่น่าจับตา ติ่งฟง vs ลองบีช (The Battleground)
พอเอา “เหตุผล” มา Cross กับ “แบรนด์” เป็นตาราง Why x Brand ภาพการแข่งขันจะชัดขึ้นอีกชั้นครับ เพราะมันบอกว่าแต่ละแบรนด์ถูกเลือกด้วยเหตุผลคนละแบบกัน
| แบรนด์ | มิติที่โดดเด่น | ค่าที่อ่านได้จากตาราง |
|---|---|---|
| ติ่งฟง (Ding Fong) | Taste & Aroma | 69 |
| ติ่งฟง (Ding Fong) | Cost per Cup | 34 |
| ลองบีช (Long Beach) | Switching / Trial | 52 |
ช่องที่เข้มที่สุดในตารางทั้งหมดคือ ติ่งฟง x Taste & Aroma ที่ “69” ส่วนช่องที่เด่นรองลงมาและเป็นของฝั่งคู่แข่งคือ ลองบีช x Switching / Trial ที่ “52”
สองแบรนด์นี้ไม่ได้แข่งกันบนสนามเดียวกันครับ ติ่งฟงถือครองสนาม “ความคุ้นเคย” ส่วนลองบีชถือครองสนาม “ความอยากลอง” และในมิติ Switching / Trial ลองบีชดึงความสนใจได้มากกว่าติ่งฟงด้วยซ้ำ นี่คือสาเหตุที่บทสนทนาเปรียบเทียบระหว่างสองแบรนด์นี้ดุเดือดที่สุดในตลาด ร้านรายย่อยที่กำลังมองหาทางเลือกใหม่ ๆ มักจบลงที่การเทียบคู่นี้ แล้วบทสนทนาแบบนั้นเองที่นำไปสู่การย้ายแบรนด์จริง
6. ตลาดนี้มี 6 แบรนด์ แต่มี 6 “บทบาท” ไม่ใช่ 6 คู่แข่ง (Brand Role Map)
ถ้าอ่านแค่ Share of Voice จะเห็นว่ามี 1 คนชนะ กับอีก 5 คนแพ้ครับ แต่พอดูว่าแต่ละแบรนด์ถูกพูดถึงในบริบทไหน จะเห็นว่ามันคือ 6 ตำแหน่งที่ต่างกัน
| บทบาท | แบรนด์ | จุดแข็งที่ถูกพูดถึง | พื้นที่ยึดครอง |
|---|---|---|---|
| LEADER (เจ้าตลาด) | ติ่งฟง | Taste & Aroma + ราคา | ชาไทย / ชาผลไม้ (แบรนด์ค่าเริ่มต้น) |
| CHALLENGER (ดาวรุ่ง) | ลองบีช | Switching / Trial | ชาไทย / ชาผลไม้ (เพียวเร่เนื้อเข้มข้น) |
| NEW ENTRANT (ผู้มาใหม่) | เฟรชชี่ | Taste & Aroma | ชาไทย / ชาผลไม้ (ยังไม่ครองเหตุผลอื่นชัดเจน) |
| NICHE (เฉพาะทาง) | เซนญอริต้า | Switching / Trial | สายกาแฟ / โซดาปั่น / เมนูพร้าว |
| LEGACY (ดั้งเดิม) | เฮลซ์บลูบอย | Taste & Aroma | โซดาผลไม้ น้ำแดง เมนูคลาสสิก |
| PREMIUM (พรีเมียม) | โมนิน | Taste & Aroma | สายคาเฟ่ ราคาสูง คุณภาพระดับบน |
แบรนด์ที่อยู่ Bottom Tier อย่างเซนญอริต้า เฮลซ์บลูบอย และโมนิน มี Mentions ระดับ 2–5 ครั้ง ซึ่งน้อยมากในเชิงปริมาณครับ แต่เมื่อดูบริบทจะพบว่าเขาไม่ได้อยู่ในสมรภูมิเดียวกับติ่งฟงเลย เขาถูกพูดถึงในเมนูคนละกลุ่ม คนละโอกาสใช้งาน การมี Volume น้อยจึงไม่เท่ากับการแพ้เสมอไป มันแปลว่าฐานบทสนทนาแคบแต่เฉพาะเจาะจง ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการถูกตลาดลืม
สนับสนุนโดย Zongcommu.online

บริการรวบรวมเก็บข้อมูลวิเคราะห์ Facebook Group พร้อมทำ Dashboard สนใจดูรายละเอียด

Service ที่มีให้บริการ
- ตัวแทนจำหน่าย Social Listening จาก Wisesight สั่งซื้อได้ที่ Link นี้
- สำเนา Global Research ช่วยค่าอาหารแมว สั่งซื้อได้ที่ Link นี้
- รับทำ Report รายงาน One Click ได้ Data-Insight ดูได้ที่ Link นี้
- ข้อที่ 4 เช่าลุงไปช่วยสอน A.I. ทำ App + Website ดูได้ที่ Link นี้
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่
พี่อ้วนสายมู
Call : 0863863896
Line id : e21eqg